กระเดื่องตำข้าวชาวกะเหรี่ยงแดง

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงกระเดื่องกระทบครกตำข้าว

ได้ยินอีกครั้งก็ตอนที่กลับมาจากเดินป่าที่ปางอุ๋ง แล้วตัดสินใจเดินเท้าลัดเข้าเมืองอีกทางซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้เฉพาะชาวบ้าน

ราว 8 กิโลเมตรกว่า ๆ จากตีนดอยสู่หย่อมหมู่บ้านห้วยผึ้ง ใกล้กับบ้านไม้สะเป่ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านกะเหรี่ยงแดงเก่าแก่ที่มีเพียงสิบหลังคาเรือน ระหว่างนั่งพักก็ได้ยินเสียงกระเดื่องตำข้าวดอยในยามใกล้ค่ำ ช่างไพเราะยิ่งนัก

มันดังตุบตับคล้ายจังหวะการเต้นของหัวใจ

หัวใจที่ส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายอันเป็นเผ่าพันธุ์ผู้เป็นของเจ้าของเมล็ดพันธุ์

เสียงฝัดข้าวใกล้กัน คล้ายเสียงลมหายใจของแม่บ้านที่ตรากตรำทำงานอย่างเหนื่อยหนัก

เมล็ดพันธุ์ข้าวดอยนี้ “ปลูกโดยไม่ได้ขืนฟ้าขัดฝน” นับเป็นพันธุ์ข้าวที่ “รู้จักกาลเทศะ”

กาละ คือระยะเวลาการเพาะปลูก ที่เริ่มทำตอนฝนมาฟ้าใหม่

เทศะ คือพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าว รวมถึงเกษตรกรผู้ดูแล

ข้าวดอยนี้ ครึ่งหนึ่งคือชาวนา ครึ่งหนึ่งคือธรรมชาติ

หากสภาพแวดล้อมไม่ดี เมล็ดข้าวเมล็ดพันธุ์ก็จะไม่งอกงาม

ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้น นอกจากจะดูแลเมล็ดพันธุ์แล้ว ก็ต้องดูแลธรรมชาติควบคู่กันไป

วิถีชีวิตกะเหรี่ยงแดง

ระเดื่องดุบดับ        ขยับเท้าเหยียบ

วะแว่วเลียบเลียบ   สถานบ้านเรือน

กระด้งวงใหญ่        จะใส่ข้าวเกลื่อน

กระหยับเยื้องเหมือน กระพือปีกบิน

กระแสลมอ่อน       ก็ฟ้อนฟัดกลิ่น

ละอองหมอกริน     จะโรยตามรำ

สมัยก่อนเมือง         กระเดื่องดังนำ

จะเหลือทรงจำ        ฤกี่เพลา

Picture of ฉัตรสุมาลย์ ภูแต้มนิล
ฉัตรสุมาลย์ ภูแต้มนิล

นักเขียน นักประพันธ์ และผู้รังสรรค์งานฝีมือของ ชาน่า คราฟต์

Scroll to Top